คุยโทรศัพท์นาน นอนงอแขน ตื่นมานิ้วก้อยชาไร้ความรู้สึก! คุณอาจกำลังเป็นโรค "เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก"

 

คุยโทรศัพท์นาน นอนงอแขน ตื่นมานิ้วก้อยชาไร้ความรู้สึก! คุณอาจกำลังเป็นโรค "เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก"
"คุณหมอครับ ผมตกใจมาก เมื่อเช้าตื่นมา นิ้วก้อยกับนิ้วนางข้างขวามันชาไปหมดเลยครับ เหมือนไม่ใช่มีอของผม ลองสะบัดมือก็ไม่หาย ยิ่งพอกดตรงข้อศอกนะ มันจี๊ดเหมือนไฟช็อตวิ่งลงไปที่นิ้วก้อยเลยครับ ผมจะเป็นอัมพาตหรือเปล่า?"
คนไข้หนุ่มวัยทำงาน เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวลใจ พร้อมกับทำท่านวดศอกตัวเองไปมาตลอดเวลา
หลังจากซักประวัติเพิ่ม ก็ได้ความว่า คนไข้ชอบนอนเล่นมือถือบนเตียง โดยงอข้อศอกถือโทรศัพท์ไว้นานๆ ก่อนนอนทุกคืน และบางทีก็เผลอหลับไปทั้งท่านั้น
หมอเลยบอกเขาไปว่า "ใจเย็นๆ นะครับ อาการนี้ไม่ได้เกิดจากสมอง และไม่ใช่อัมพาตครับ แต่มันเกิดจากจุดเล็กๆ ที่เราเรียกกันเล่นๆ ว่า 'กระดูกตลก' หรือ Funny Bone ที่ข้อศอกนี่แหละครับ"
วันนี้หมออยากพาทุกคนมารู้จักกับโรคฮิตของคนยุคดิจิทัล ที่ชื่อว่า "Cubital Tunnel Syndrome" หรือ "โรคพุ่มพวงเส้นประสาทอักเสบที่ข้อศอก" (ชื่อไทยอาจจะยาวหน่อย แต่จำง่ายๆ ว่า โรคเอ็นศอกทับเส้น) ครับ
โรคนี้ถ้าปล่อยไว้นาน ไม่ใช่แค่ชาครับ แต่มืออาจจะลีบและหงิกงอได้เลย มาทำความรู้จักและป้องกันไปพร้อมกันครับ
ทำความรู้จัก "เส้นประสาทอัลนา" (Ulnar Nerve) สายไฟขี้ใจน้อย
เคยไหมครับ? เวลาข้อศอกเราไปกระแทกขอบโต๊ะดัง "ปึ้ก!" แล้วเรารู้สึกเสียววาบเหมือนไฟช็อต วิ่งจี๊ดลงไปที่นิ้วก้อยจนน้ำตาเล็ด?
นั่นแหละครับ คือเจ้า "เส้นประสาทอัลนา" (Ulnar Nerve) พระเอกของเรื่องในวันนี้
เส้นประสาทเส้นนี้ เปรียบเสมือนสายไฟยาวที่ลากลงมาจากต้นคอ ผ่านรักแร้ ต้นแขน และต้องลอดผ่าน "อุโมงค์เล็กๆ ที่ข้อศอก" (Cubital Tunnel) ก่อนจะวิ่งยาวไปเลี้ยงกล้ามเนื้อในมือ และรับความรู้สึกที่ "นิ้วก้อยและนิ้วนางครึ่งซีก"
ปัญหาคือ อุโมงค์ที่ข้อศอกนี้ มันแคบและตื้นมาก แถมยังมีปุ่มกระดูกแข็งๆ รองรับอยู่ข้างล่าง พอเรางอข้อศอก เส้นประสาทจะถูกดึงให้ตึงและเบียดกับกระดูก ยิ่งงอนาน ยิ่งเบียดนาน สายไฟก็เริ่มช้ำ ไฟก็เริ่มเดินไม่สะดวกครับ
อาการแบบไหน? ที่ฟ้องว่าเป็นโรคนี้
อาการของโรคเส้นประสาทกดทับที่ข้อศอก จะแตกต่างจากโรคพังผืดทับเส้นที่ข้อมือ (Carpal Tunnel) อย่างชัดเจนตรง "นิ้วที่เป็น" ครับ
ลองสังเกตดูนะครับว่าคุณมีอาการเหล่านี้ไหม:
ชาที่นิ้วก้อยและนิ้วนาง: จะรู้สึกหนาๆ ชาๆ เหมือนเป็นเหน็บชา เฉพาะที่นิ้วก้อยและนิ้วนางซีกที่ติดกับนิ้วก้อย (นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง ปกติดี)
ปวดศอกด้านใน: อาจมีอาการปวดตื้อๆ ที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านใน ยิ่งเคาะยิ่งเสียว
อาการแย่ลงเมื่องอศอก: เช่น เวลาคุยโทรศัพท์นานๆ นอนหนุนแขนตัวเอง หรือขับรถท่าที่วางศอกบนขอบประตู
มืออ่อนแรง (ระยะรุนแรง): รู้สึกว่าแรงบีบมือลดลง กำของไม่แน่น นิ้วก้อยเริ่มแยกออกจากนิ้วนางไม่ได้
มือลีบและหงิก (Claw Hand): ถ้ารุนแรงมากและปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้ออุ้งมือจะฝ่อลีบ จนเห็นกระดูกปูด และนิ้วก้อยกับนิ้วนางจะงอหงิกเหยียดไม่ออก เหมือนกรงเล็บนก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง: พฤติกรรมทำร้ายศอก
ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเป็น? ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมที่เราทำโดยไม่รู้ตัวครับ
ท่านอนและท่าใช้งาน: การนอนงอศอกกอดหมอนข้าง นอนหนุนแขน หรือนอนเล่นมือถือท่าเดิมนานๆ (Cell Phone Elbow) ทำให้แรงดันในอุโมงค์ข้อศอกสูงขึ้นมหาศาล
การเท้าคางหรือเท้าแขน: คนที่ชอบนั่งเท้าคางอ่านหนังสือ หรือนั่งทำงานแล้วเอาศอกยันโต๊ะแข็งๆ ตลอดเวลา
อาชีพ: ช่างที่ต้องใช้งอเหยียดศอกซ้ำๆ หรือนักดนตรี เช่น คนเล่นไวโอลิน กีตาร์
โครงสร้างร่างกาย: บางคนมีปุ่มกระดูกข้อศอกโตผิดปกติ หรือเคยศอกหักศอกหลุดในอดีต ทำให้ทางเดินเส้นประสาทขรุขระหรือแคบลง
หมอตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เมื่อมาหาหมอ เราจะมีวิธีเช็กให้ชัวร์ว่าเป็นที่ "ศอก" หรือที่ "คอ" กันแน่
1. การตรวจร่างกาย (Tinel's Sign): หมอจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่ร่องเส้นประสาทตรงข้อศอก ถ้าคนไข้สะดุ้งเฮือก หรือรู้สึกไฟช็อตวิ่งลงนิ้วก้อย แปลว่าเส้นประสาทตรงนั้นกำลังระคายเคืองสุดๆ ครับ
2. การทดสอบงอศอก (Flexion Test): ให้คนไข้งอศอกเต็มที่แล้วค้างไว้ประมาณ 1 นาที ถ้าอาการชาที่นิ้วก้อยโผล่มาหรือรุนแรงขึ้น ก็ค่อนข้างมั่นใจได้เลย
3. การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS): เป็นการตรวจยืนยันที่แม่นยำที่สุด เพื่อดูว่าสัญญาณไฟฟ้าวิ่งผ่านจุดข้อศอกได้ดีไหม หรือมีการ "รถติด" ที่จุดนั้น และบอกความรุนแรงได้ว่าเส้นประสาทเสียหายไปมากน้อยแค่ไหน
แนวทางการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?
ข่าวดีครับ! ถ้าเป็นระยะเริ่มต้น "การปรับพฤติกรรม" ช่วยได้เยอะมากโดยไม่ต้องผ่าตัด
1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด)
เลิกเท้าศอก: หาเบาะนิ่มๆ มารองศอกเวลาทำงาน อย่าเอาศอกวางบนโต๊ะแข็งๆ
หลีกเลี่ยงการงอศอกนานๆ: ถ้าต้องคุยโทรศัพท์นานๆ ให้ใช้หูฟัง (Headset) หรือเปิดลำโพงแทนการยกถือแนบหู
เหยียดแขนบ่อยๆ: พยายามเหยียดแขนตรงบ้าง เพื่อให้เส้นประสาทได้พักและเลือดไหลเวียนสะดวก
2. การดามศอกตอนนอน (Night Splinting) หลายคนงอศอกตอนหลับโดยไม่รู้ตัว หมอแนะนำให้ใช้ "ผ้าขนหนู" ม้วนหนาๆ พันรอบข้อศอก แล้วเอาเทปแปะหลวมๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เรางอศอกเกิน 45 องศาขณะหลับ วิธีนี้ง่าย ประหยัด และได้ผลดีมากในการลดอาการชาตอนเช้าครับ
3. ยารักษา ยาแก้อักเสบ (NSAIDs) ช่วยลดอาการปวดบวมรอบๆ เส้นประสาท และยาวิตามินบำรุงปลายประสาท อาจช่วยเสริมการฟื้นตัวได้บ้าง
4. การทำกายภาพบำบัด นักกายภาพจะมีท่าบริหารที่เรียกว่า "Nerve Gliding" คือการขยับแขนและคอ เพื่อให้เส้นประสาทที่ยึดติด ได้ขยับตัวลื่นไหลในอุโมงค์ได้ดีขึ้น
เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด? (Surgery)
เราจะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อ:
ปรับพฤติกรรมและใส่เฝือกอ่อนมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
อาการรุนแรง จนกล้ามเนื้อเริ่มลีบ หรือมือเริ่มหงิก (Claw hand)
ผลตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อพบว่ามีการกดทับรุนแรง
การผ่าตัดทำอะไรบ้าง? หลักการคือ "เปิดทางระบาย" ครับ หมอจะผ่าตัดเพื่อคลายพังผืดที่รัดเส้นประสาทออก (Decompression)
หรือในบางรายที่เส้นประสาทมันกลิ้งไปมาเสียดสีกับกระดูก หมออาจจะทำการ "ย้ายเส้นประสาท" (Ulnar Nerve Transposition) โดยจับเส้นประสาทที่อยู่หลังปุ่มกระดูก ย้ายมาไว้ด้านหน้ากระดูกแทน เพื่อให้เวลางอศอก เส้นประสาทจะไม่ถูกดึงรั้งอีกต่อไป
การผ่าตัดเดี๋ยวนี้แผลไม่ใหญ่ พักฟื้นไม่นาน และช่วยหยุดยั้งไม่ให้มือพิการได้ครับ
พยากรณ์โรค: หายแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม?
ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก (แค่ชาๆ) โอกาสหายเป็นปกติสูงมากครับ
แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนกล้ามเนื้อลีบฝ่อไปแล้ว การผ่าตัดจะช่วยแค่ "หยุด" ไม่ให้แย่ลง ส่วนกล้ามเนื้อที่ลีบไปแล้ว อาจจะฟื้นกลับมาได้ไม่เต็ม 100% ต้องใช้เวลาบริหารมือนานเป็นปี
ดังนั้น "ความไว" คือหัวใจสำคัญครับ
สรุปจากใจหมอ
อาการชาที่นิ้วก้อย อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยที่น่ารำคาญ แต่ความจริงแล้ว มันคือเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเส้นประสาทอัลนาที่ข้อศอก
อย่ารอให้มือลีบ อย่ารอให้นิ้วหงิก แล้วค่อยมาหาหมอนะครับ
ลองสำรวจตัวเองวันนี้ ท่านั่งทำงาน ท่านอนดูซีรีส์ ของเรากำลังทำร้ายข้อศอกอยู่หรือเปล่า? แค่เปลี่ยนท่า ชีวิต (และเส้นประสาท) ก็เปลี่ยนครับ
ดูแลข้อศอกให้ดี แล้วมือของคุณจะใช้งานได้ดีไปอีกนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#นิ้วก้อยชา #ปวดศอก #เอ็นข้อศอกทับเส้น #CubitalTunnelSyndrome #มือลีบ #นิ้วหงิก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ไฟช็อตที่ศอก #นอนทับแขน #พังผืดทับเส้นประสาท

Comments

Popular posts from this blog

ชานิ้วก้อย-นิ้วนาง อย่ามองข้าม! ระวังโรค "เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก" เช็กด่วน 5 ท่าต้องห้าม ที่คุณเผลอทำทุกวัน

"แขนลีบ" ลงข้างเดียว... เกิดจากอะไร? แค่ "ไม่ได้ออกกำลัง" หรือสัญญาณเตือน "ระบบประสาท" พังเสียหาย?

ชาที่แขนและมือ... ตกลงเป็นที่ "คอ" หรือที่ "ศอก"? แยกให้ออกก่อนรักษาผิดจุด